วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความคิดโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องการแปล

หากจะพูดถึงในเชิงความคิดเห็น การโต้แย้งระหว่างคนที่บอกว่าแปลได้ กับแปลไม่ได้ มีบางคนบอกว่าไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลได้ เช่น กวีนิพนธ์หรือบทละครหรืออะไรก็ตาม มันก็มีข้อขัดแย้งอยู่อย่างหนึ่ง คือ ภาษาของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มันไม่เคยอยู่กับที่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีทั้งภาษาต้นฉบับและภาษาที่จะแปล ถึงแม้ว่าบางยุคบางสมัย บางอย่างแปลไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่ายุคอีกยุคหนึ่งอาจแปลได้

มันมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่น่าสนใจซึ่งอันนี้อ่านมา เกี่ยวกับสุขนาฏกรรมของนักเขียนกรีกที่ชื่อ อริสโซฟาเนส เคยเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีวันแปลได้ในศตวรรษหนึ่ง คือในช่วงศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ แต่หลังจากนั้นพอผ่านมาไม่ถึง ๑๐๐ ปี สุขนาฏกรรม มันเป็นละคร comedy ของอริสโซฟาเนส กลับกลายเป็นสิ่งที่แปลได้และแปลง่าย

เพราะว่าในยุคที่เคยคิดว่าละครตลกของอริสโซฟาเนสแปลไม่ได้เพราะคนไม่เข้าใจอารมณ์ขันของเขา แต่พอผ่านมาไม่ถึงร้อยปี รสนิยม อารมณ์ขัน วิธีการเสียดสีของอริสโซฟาเนสที่เป็นนักเขียนกรีก กลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมเข้าใจได้ง่ายและแปลได้ง่าย เพราะฉะนั้น คนที่อ้างหรือวิจารณ์ว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่แปลได้ การพูดอย่างนี้วันนี้ มันไม่แน่หรอกว่า ข้างหน้ามันอาจจะแปลได้ นี่ก็เป็นแนวคิดอันหนึ่ง

มีอีกกลุ่มหนึ่งที่วิจารณ์เรื่องการแปลก็คือบอกว่า ไม่มีคนสองคนในโลกที่พูดอะไรเหมือนกัน เพราะว่าถึงแม้จะใช้คำ ๆ เดียวกัน ก็ไม่เคยมีใครสื่อสารกันได้สมบูรณ์แบบ ไม่เคยมีใครเข้าใจอะไรเหมือนกัน แม้แต่คนในภาษาเดียวกัน พูดกันไม่เข้าใจ คนยิ่งต่างภาษา จะพูดกันเข้าใจได้ยังไง

คนที่เข้ามาโต้แย้งความคิดนี้เขาก็จะบอกว่า คำพูดนี้ขัดแย้งกันในตัวเอง เพราะว่าเวลาคนเราพูด เราต้องเชื่อว่าคำพูดเรา มันมีความสำคัญต่อโลกภายนอกและสื่อสารได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนที่บอกว่า ในโลกนี้ไม่มีใครพูดกันรู้เรื่องแล้วพูดทำไม คนที่มาวิจารณ์นี่พูดทำไม ก็แสดงว่าตัวเองที่พูดวิจารณ์นี่ต้องคิดว่ามีคนรู้เรื่อง หรือคิดว่าคำพูดตัวเองมีความหมายซิ แต่ความคิดนี้ก็ยังมีอยู่ปัจจุบันว่าที่เชื่อว่าในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่สื่อสารกันได้ ก็มีถึงปัจจุบัน แต่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยเสมอที่คิดแบบนี้

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายที่โต้แย้งเขาก็มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราแปลมาตลอดตั้งแต่มีมนุษยชาติเกิดขึ้น เราก็ทำกิจกรรมการแปลมาตลอด ฉะนั้นการเชื่อว่ามนุษย์สื่อสารกันไม่ได้ ก็ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติ เพราะยังไงเขาก็ทำการแปลมาตลอดในประวัติศาสตร์มนุษย์ และข้อวิจารณ์ที่ว่าการแปลไม่มีวันสมบูรณ์ คือไม่มีทางที่จะทำได้ดีได้ ๑๐๐ % หรือเกิดความสมมาตรระหว่างต้นฉบับกับงานแปล ก็มีคนโต้แย้งว่า ในโลกนี้ก็ไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิเสธเพราะเห็นว่า การแปลไม่มีความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องไร้สาระ

สิ่งที่น่าจะพูดกันมากกว่าคือ "มาตรฐานการแปล", "ระดับของความซื่อสัตย์ในงานแปล"แต่ละชิ้น คุณจะมีแค่ไหน ตรงนี้มากกว่า ไม่ควรจะมาวิจารณ์ว่างานแปลไม่มีทางเทียบเท่าต้นฉบับ เพราะเป็นคำวิจารณ์ที่ไร้สาระ เนื่องเพราะในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว นี่เป็นการพูดรวมกว้างๆ เกี่ยวกับความคิดเรื่องที่ว่าคนมีทัศนะต่างๆ ต่อการแปล

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแปลเอกสาร ได้ที่: Linguist Center (Answer All Your Language Problems) แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร, แปล, แปลไทยเป็นอังกฤษ, แปลอังกฤษเป็นไทย, โปรแกรมแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลเอกสาร, ราคางานแปลเอกสาร, แปลเอกสาร, แปลภาษา, แปลไทย แปลเอกสารราชการ, แปลเอกสารวีซ่า, แปลไทย-อังกฤษ, แปลเอกสารภาษาอังกฤษ, แปลไทย-อังกฤษ, แปลอังกฤษ-ไทย, แปลเอกสารราคาถูก, แปลเอกสารมืออาชีพ, ศูนย์แปลภาษา, ศูนย์แปลเอกสาร, ศูนย์รับแปลเอกสาร, แปลภาษาอังกฤษ, รับแปลงาน, รับแปลเอกสารด่วน, รับแปลเอกสารราคาถูก, รับแปลภาษาญี่ปุ่น, รับแปลภาษาจีน, รับแปลเอกสารภาษัอังกฤษ

ติดต่อได้ที่
http://www.linguistcetner.com/เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center, เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center



ความคิดโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องการแปล

หากจะพูดถึงในเชิงความคิดเห็น การโต้แย้งระหว่างคนที่บอกว่าแปลได้ กับแปลไม่ได้ มีบางคนบอกว่าไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลได้ เช่น กวีนิพนธ์หรือบทละครหรืออะไรก็ตาม มันก็มีข้อขัดแย้งอยู่อย่างหนึ่ง คือ ภาษาของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มันไม่เคยอยู่กับที่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีทั้งภาษาต้นฉบับและภาษาที่จะแปล ถึงแม้ว่าบางยุคบางสมัย บางอย่างแปลไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่ายุคอีกยุคหนึ่งอาจแปลได้

มันมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่น่าสนใจซึ่งอันนี้อ่านมา เกี่ยวกับสุขนาฏกรรมของนักเขียนกรีกที่ชื่อ อริสโซฟาเนส เคยเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีวันแปลได้ในศตวรรษหนึ่ง คือในช่วงศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ แต่หลังจากนั้นพอผ่านมาไม่ถึง ๑๐๐ ปี สุขนาฏกรรม มันเป็นละคร comedy ของอริสโซฟาเนส กลับกลายเป็นสิ่งที่แปลได้และแปลง่าย

เพราะว่าในยุคที่เคยคิดว่าละครตลกของอริสโซฟาเนสแปลไม่ได้เพราะคนไม่เข้าใจอารมณ์ขันของเขา แต่พอผ่านมาไม่ถึงร้อยปี รสนิยม อารมณ์ขัน วิธีการเสียดสีของอริสโซฟาเนสที่เป็นนักเขียนกรีก กลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมเข้าใจได้ง่ายและแปลได้ง่าย เพราะฉะนั้น คนที่อ้างหรือวิจารณ์ว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่แปลได้ การพูดอย่างนี้วันนี้ มันไม่แน่หรอกว่า ข้างหน้ามันอาจจะแปลได้ นี่ก็เป็นแนวคิดอันหนึ่ง

มีอีกกลุ่มหนึ่งที่วิจารณ์เรื่องการแปลก็คือบอกว่า ไม่มีคนสองคนในโลกที่พูดอะไรเหมือนกัน เพราะว่าถึงแม้จะใช้คำ ๆ เดียวกัน ก็ไม่เคยมีใครสื่อสารกันได้สมบูรณ์แบบ ไม่เคยมีใครเข้าใจอะไรเหมือนกัน แม้แต่คนในภาษาเดียวกัน พูดกันไม่เข้าใจ คนยิ่งต่างภาษา จะพูดกันเข้าใจได้ยังไง

คนที่เข้ามาโต้แย้งความคิดนี้เขาก็จะบอกว่า คำพูดนี้ขัดแย้งกันในตัวเอง เพราะว่าเวลาคนเราพูด เราต้องเชื่อว่าคำพูดเรา มันมีความสำคัญต่อโลกภายนอกและสื่อสารได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนที่บอกว่า ในโลกนี้ไม่มีใครพูดกันรู้เรื่องแล้วพูดทำไม คนที่มาวิจารณ์นี่พูดทำไม ก็แสดงว่าตัวเองที่พูดวิจารณ์นี่ต้องคิดว่ามีคนรู้เรื่อง หรือคิดว่าคำพูดตัวเองมีความหมายซิ แต่ความคิดนี้ก็ยังมีอยู่ปัจจุบันว่าที่เชื่อว่าในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่สื่อสารกันได้ ก็มีถึงปัจจุบัน แต่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยเสมอที่คิดแบบนี้

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายที่โต้แย้งเขาก็มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราแปลมาตลอดตั้งแต่มีมนุษยชาติเกิดขึ้น เราก็ทำกิจกรรมการแปลมาตลอด ฉะนั้นการเชื่อว่ามนุษย์สื่อสารกันไม่ได้ ก็ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติ เพราะยังไงเขาก็ทำการแปลมาตลอดในประวัติศาสตร์มนุษย์ และข้อวิจารณ์ที่ว่าการแปลไม่มีวันสมบูรณ์ คือไม่มีทางที่จะทำได้ดีได้ ๑๐๐ % หรือเกิดความสมมาตรระหว่างต้นฉบับกับงานแปล ก็มีคนโต้แย้งว่า ในโลกนี้ก็ไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิเสธเพราะเห็นว่า การแปลไม่มีความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องไร้สาระ

สิ่งที่น่าจะพูดกันมากกว่าคือ "มาตรฐานการแปล", "ระดับของความซื่อสัตย์ในงานแปล"แต่ละชิ้น คุณจะมีแค่ไหน ตรงนี้มากกว่า ไม่ควรจะมาวิจารณ์ว่างานแปลไม่มีทางเทียบเท่าต้นฉบับ เพราะเป็นคำวิจารณ์ที่ไร้สาระ เนื่องเพราะในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว นี่เป็นการพูดรวมกว้างๆ เกี่ยวกับความคิดเรื่องที่ว่าคนมีทัศนะต่างๆ ต่อการแปล

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแปลเอกสาร ได้ที่: Linguist Center (Answer All Your Language Problems) แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร, แปล, แปลไทยเป็นอังกฤษ, แปลอังกฤษเป็นไทย, โปรแกรมแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลเอกสาร, ราคางานแปลเอกสาร, แปลเอกสาร, แปลภาษา, แปลไทย แปลเอกสารราชการ, แปลเอกสารวีซ่า, แปลไทย-อังกฤษ, แปลเอกสารภาษาอังกฤษ, แปลไทย-อังกฤษ, แปลอังกฤษ-ไทย, แปลเอกสารราคาถูก, แปลเอกสารมืออาชีพ, ศูนย์แปลภาษา, ศูนย์แปลเอกสาร, ศูนย์รับแปลเอกสาร, แปลภาษาอังกฤษ, รับแปลงาน, รับแปลเอกสารด่วน, รับแปลเอกสารราคาถูก, รับแปลภาษาญี่ปุ่น, รับแปลภาษาจีน, รับแปลเอกสารภาษัอังกฤษ

ติดต่อได้ที่
http://www.linguistcetner.com/เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center, เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center

ความคิดโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องการแปล



หากจะพูดถึงในเชิงความคิดเห็น การโต้แย้งระหว่างคนที่บอกว่าแปลได้ กับแปลไม่ได้ มีบางคนบอกว่าไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลได้ เช่น กวีนิพนธ์หรือบทละครหรืออะไรก็ตาม มันก็มีข้อขัดแย้งอยู่อย่างหนึ่ง คือ ภาษาของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มันไม่เคยอยู่กับที่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีทั้งภาษาต้นฉบับและภาษาที่จะแปล ถึงแม้ว่าบางยุคบางสมัย บางอย่างแปลไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่ายุคอีกยุคหนึ่งอาจแปลได้



มันมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่น่าสนใจซึ่งอันนี้อ่านมา เกี่ยวกับสุขนาฏกรรมของนักเขียนกรีกที่ชื่อ อริสโซฟาเนส เคยเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีวันแปลได้ในศตวรรษหนึ่ง คือในช่วงศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ แต่หลังจากนั้นพอผ่านมาไม่ถึง ๑๐๐ ปี สุขนาฏกรรม มันเป็นละคร comedy ของอริสโซฟาเนส กลับกลายเป็นสิ่งที่แปลได้และแปลง่าย



เพราะว่าในยุคที่เคยคิดว่าละครตลกของอริสโซฟาเนสแปลไม่ได้เพราะคนไม่เข้าใจอารมณ์ขันของเขา แต่พอผ่านมาไม่ถึงร้อยปี รสนิยม อารมณ์ขัน วิธีการเสียดสีของอริสโซฟาเนสที่เป็นนักเขียนกรีก กลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมเข้าใจได้ง่ายและแปลได้ง่าย เพราะฉะนั้น คนที่อ้างหรือวิจารณ์ว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่แปลได้ การพูดอย่างนี้วันนี้ มันไม่แน่หรอกว่า ข้างหน้ามันอาจจะแปลได้ นี่ก็เป็นแนวคิดอันหนึ่ง



มีอีกกลุ่มหนึ่งที่วิจารณ์เรื่องการแปลก็คือบอกว่า ไม่มีคนสองคนในโลกที่พูดอะไรเหมือนกัน เพราะว่าถึงแม้จะใช้คำ ๆ เดียวกัน ก็ไม่เคยมีใครสื่อสารกันได้สมบูรณ์แบบ ไม่เคยมีใครเข้าใจอะไรเหมือนกัน แม้แต่คนในภาษาเดียวกัน พูดกันไม่เข้าใจ คนยิ่งต่างภาษา จะพูดกันเข้าใจได้ยังไง



คนที่เข้ามาโต้แย้งความคิดนี้เขาก็จะบอกว่า คำพูดนี้ขัดแย้งกันในตัวเอง เพราะว่าเวลาคนเราพูด เราต้องเชื่อว่าคำพูดเรา มันมีความสำคัญต่อโลกภายนอกและสื่อสารได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนที่บอกว่า ในโลกนี้ไม่มีใครพูดกันรู้เรื่องแล้วพูดทำไม คนที่มาวิจารณ์นี่พูดทำไม ก็แสดงว่าตัวเองที่พูดวิจารณ์นี่ต้องคิดว่ามีคนรู้เรื่อง หรือคิดว่าคำพูดตัวเองมีความหมายซิ แต่ความคิดนี้ก็ยังมีอยู่ปัจจุบันว่าที่เชื่อว่าในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่สื่อสารกันได้ ก็มีถึงปัจจุบัน แต่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยเสมอที่คิดแบบนี้



ในขณะเดียวกัน ฝ่ายที่โต้แย้งเขาก็มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราแปลมาตลอดตั้งแต่มีมนุษยชาติเกิดขึ้น เราก็ทำกิจกรรมการแปลมาตลอด ฉะนั้นการเชื่อว่ามนุษย์สื่อสารกันไม่ได้ ก็ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติ เพราะยังไงเขาก็ทำการแปลมาตลอดในประวัติศาสตร์มนุษย์ และข้อวิจารณ์ที่ว่าการแปลไม่มีวันสมบูรณ์ คือไม่มีทางที่จะทำได้ดีได้ ๑๐๐ % หรือเกิดความสมมาตรระหว่างต้นฉบับกับงานแปล ก็มีคนโต้แย้งว่า ในโลกนี้ก็ไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิเสธเพราะเห็นว่า การแปลไม่มีความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องไร้สาระ



สิ่งที่น่าจะพูดกันมากกว่าคือ "มาตรฐานการแปล", "ระดับของความซื่อสัตย์ในงานแปล"แต่ละชิ้น คุณจะมีแค่ไหน ตรงนี้มากกว่า ไม่ควรจะมาวิจารณ์ว่างานแปลไม่มีทางเทียบเท่าต้นฉบับ เพราะเป็นคำวิจารณ์ที่ไร้สาระ เนื่องเพราะในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว นี่เป็นการพูดรวมกว้างๆ เกี่ยวกับความคิดเรื่องที่ว่าคนมีทัศนะต่างๆ ต่อการแปล







ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแปลเอกสาร ได้ที่: Linguist Center (Answer All Your Language Problems) แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร, แปล, แปลไทยเป็นอังกฤษ, แปลอังกฤษเป็นไทย, โปรแกรมแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลเอกสาร, ราคางานแปลเอกสาร, แปลเอกสาร, แปลภาษา, แปลไทย แปลเอกสารราชการ, แปลเอกสารวีซ่า, แปลไทย-อังกฤษ, แปลเอกสารภาษาอังกฤษ, แปลไทย-อังกฤษ, แปลอังกฤษ-ไทย, แปลเอกสารราคาถูก, แปลเอกสารมืออาชีพ, ศูนย์แปลภาษา, ศูนย์แปลเอกสาร, ศูนย์รับแปลเอกสาร, แปลภาษาอังกฤษ, รับแปลงาน, รับแปลเอกสารด่วน, รับแปลเอกสารราคาถูก, รับแปลภาษาญี่ปุ่น, รับแปลภาษาจีน, รับแปลเอกสารภาษัอังกฤษ

ติดต่อได้ที่
http://www.linguistcetner.com/เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center, เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center

ความคิดโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องการแปล

หากจะพูดถึงในเชิงความคิดเห็น การโต้แย้งระหว่างคนที่บอกว่าแปลได้ กับแปลไม่ได้ มีบางคนบอกว่าไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลได้ เช่น กวีนิพนธ์หรือบทละครหรืออะไรก็ตาม มันก็มีข้อขัดแย้งอยู่อย่างหนึ่ง คือ ภาษาของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มันไม่เคยอยู่กับที่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีทั้งภาษาต้นฉบับและภาษาที่จะแปล ถึงแม้ว่าบางยุคบางสมัย บางอย่างแปลไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่ายุคอีกยุคหนึ่งอาจแปลได้

มันมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่น่าสนใจซึ่งอันนี้อ่านมา เกี่ยวกับสุขนาฏกรรมของนักเขียนกรีกที่ชื่อ อริสโซฟาเนส เคยเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีวันแปลได้ในศตวรรษหนึ่ง คือในช่วงศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ แต่หลังจากนั้นพอผ่านมาไม่ถึง ๑๐๐ ปี สุขนาฏกรรม มันเป็นละคร comedy ของอริสโซฟาเนส กลับกลายเป็นสิ่งที่แปลได้และแปลง่าย

เพราะว่าในยุคที่เคยคิดว่าละครตลกของอริสโซฟาเนสแปลไม่ได้เพราะคนไม่เข้าใจอารมณ์ขันของเขา แต่พอผ่านมาไม่ถึงร้อยปี รสนิยม อารมณ์ขัน วิธีการเสียดสีของอริสโซฟาเนสที่เป็นนักเขียนกรีก กลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมเข้าใจได้ง่ายและแปลได้ง่าย เพราะฉะนั้น คนที่อ้างหรือวิจารณ์ว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่แปลได้ การพูดอย่างนี้วันนี้ มันไม่แน่หรอกว่า ข้างหน้ามันอาจจะแปลได้ นี่ก็เป็นแนวคิดอันหนึ่ง

มีอีกกลุ่มหนึ่งที่วิจารณ์เรื่องการแปลก็คือบอกว่า ไม่มีคนสองคนในโลกที่พูดอะไรเหมือนกัน เพราะว่าถึงแม้จะใช้คำ ๆ เดียวกัน ก็ไม่เคยมีใครสื่อสารกันได้สมบูรณ์แบบ ไม่เคยมีใครเข้าใจอะไรเหมือนกัน แม้แต่คนในภาษาเดียวกัน พูดกันไม่เข้าใจ คนยิ่งต่างภาษา จะพูดกันเข้าใจได้ยังไง

คนที่เข้ามาโต้แย้งความคิดนี้เขาก็จะบอกว่า คำพูดนี้ขัดแย้งกันในตัวเอง เพราะว่าเวลาคนเราพูด เราต้องเชื่อว่าคำพูดเรา มันมีความสำคัญต่อโลกภายนอกและสื่อสารได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนที่บอกว่า ในโลกนี้ไม่มีใครพูดกันรู้เรื่องแล้วพูดทำไม คนที่มาวิจารณ์นี่พูดทำไม ก็แสดงว่าตัวเองที่พูดวิจารณ์นี่ต้องคิดว่ามีคนรู้เรื่อง หรือคิดว่าคำพูดตัวเองมีความหมายซิ แต่ความคิดนี้ก็ยังมีอยู่ปัจจุบันว่าที่เชื่อว่าในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่สื่อสารกันได้ ก็มีถึงปัจจุบัน แต่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยเสมอที่คิดแบบนี้

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายที่โต้แย้งเขาก็มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราแปลมาตลอดตั้งแต่มีมนุษยชาติเกิดขึ้น เราก็ทำกิจกรรมการแปลมาตลอด ฉะนั้นการเชื่อว่ามนุษย์สื่อสารกันไม่ได้ ก็ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติ เพราะยังไงเขาก็ทำการแปลมาตลอดในประวัติศาสตร์มนุษย์ และข้อวิจารณ์ที่ว่าการแปลไม่มีวันสมบูรณ์ คือไม่มีทางที่จะทำได้ดีได้ ๑๐๐ % หรือเกิดความสมมาตรระหว่างต้นฉบับกับงานแปล ก็มีคนโต้แย้งว่า ในโลกนี้ก็ไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิเสธเพราะเห็นว่า การแปลไม่มีความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องไร้สาระ

สิ่งที่น่าจะพูดกันมากกว่าคือ "มาตรฐานการแปล", "ระดับของความซื่อสัตย์ในงานแปล"แต่ละชิ้น คุณจะมีแค่ไหน ตรงนี้มากกว่า ไม่ควรจะมาวิจารณ์ว่างานแปลไม่มีทางเทียบเท่าต้นฉบับ เพราะเป็นคำวิจารณ์ที่ไร้สาระ เนื่องเพราะในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว นี่เป็นการพูดรวมกว้างๆ เกี่ยวกับความคิดเรื่องที่ว่าคนมีทัศนะต่างๆ ต่อการแปล

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแปลเอกสาร ได้ที่: Linguist Center (Answer All Your Language Problems) แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร, แปล, แปลไทยเป็นอังกฤษ, แปลอังกฤษเป็นไทย, โปรแกรมแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลเอกสาร, ราคางานแปลเอกสาร, แปลเอกสาร, แปลภาษา, แปลไทย แปลเอกสารราชการ, แปลเอกสารวีซ่า, แปลไทย-อังกฤษ, แปลเอกสารภาษาอังกฤษ, แปลไทย-อังกฤษ, แปลอังกฤษ-ไทย, แปลเอกสารราคาถูก, แปลเอกสารมืออาชีพ, ศูนย์แปลภาษา, ศูนย์แปลเอกสาร, ศูนย์รับแปลเอกสาร, แปลภาษาอังกฤษ, รับแปลงาน, รับแปลเอกสารด่วน, รับแปลเอกสารราคาถูก, รับแปลภาษาญี่ปุ่น, รับแปลภาษาจีน, รับแปลเอกสารภาษัอังกฤษ

ติดต่อได้ที่
http://www.linguistcetner.com/เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center, เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center

ความคิดโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องการแปล

หากจะพูดถึงในเชิงความคิดเห็น การโต้แย้งระหว่างคนที่บอกว่าแปลได้ กับแปลไม่ได้ มีบางคนบอกว่าไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลได้ เช่น กวีนิพนธ์หรือบทละครหรืออะไรก็ตาม มันก็มีข้อขัดแย้งอยู่อย่างหนึ่ง คือ ภาษาของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มันไม่เคยอยู่กับที่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีทั้งภาษาต้นฉบับและภาษาที่จะแปล ถึงแม้ว่าบางยุคบางสมัย บางอย่างแปลไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่ายุคอีกยุคหนึ่งอาจแปลได้

มันมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่น่าสนใจซึ่งอันนี้อ่านมา เกี่ยวกับสุขนาฏกรรมของนักเขียนกรีกที่ชื่อ อริสโซฟาเนส เคยเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีวันแปลได้ในศตวรรษหนึ่ง คือในช่วงศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ แต่หลังจากนั้นพอผ่านมาไม่ถึง ๑๐๐ ปี สุขนาฏกรรม มันเป็นละคร comedy ของอริสโซฟาเนส กลับกลายเป็นสิ่งที่แปลได้และแปลง่าย

เพราะว่าในยุคที่เคยคิดว่าละครตลกของอริสโซฟาเนสแปลไม่ได้เพราะคนไม่เข้าใจอารมณ์ขันของเขา แต่พอผ่านมาไม่ถึงร้อยปี รสนิยม อารมณ์ขัน วิธีการเสียดสีของอริสโซฟาเนสที่เป็นนักเขียนกรีก กลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมเข้าใจได้ง่ายและแปลได้ง่าย เพราะฉะนั้น คนที่อ้างหรือวิจารณ์ว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่แปลได้ การพูดอย่างนี้วันนี้ มันไม่แน่หรอกว่า ข้างหน้ามันอาจจะแปลได้ นี่ก็เป็นแนวคิดอันหนึ่ง

มีอีกกลุ่มหนึ่งที่วิจารณ์เรื่องการแปลก็คือบอกว่า ไม่มีคนสองคนในโลกที่พูดอะไรเหมือนกัน เพราะว่าถึงแม้จะใช้คำ ๆ เดียวกัน ก็ไม่เคยมีใครสื่อสารกันได้สมบูรณ์แบบ ไม่เคยมีใครเข้าใจอะไรเหมือนกัน แม้แต่คนในภาษาเดียวกัน พูดกันไม่เข้าใจ คนยิ่งต่างภาษา จะพูดกันเข้าใจได้ยังไง

คนที่เข้ามาโต้แย้งความคิดนี้เขาก็จะบอกว่า คำพูดนี้ขัดแย้งกันในตัวเอง เพราะว่าเวลาคนเราพูด เราต้องเชื่อว่าคำพูดเรา มันมีความสำคัญต่อโลกภายนอกและสื่อสารได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนที่บอกว่า ในโลกนี้ไม่มีใครพูดกันรู้เรื่องแล้วพูดทำไม คนที่มาวิจารณ์นี่พูดทำไม ก็แสดงว่าตัวเองที่พูดวิจารณ์นี่ต้องคิดว่ามีคนรู้เรื่อง หรือคิดว่าคำพูดตัวเองมีความหมายซิ แต่ความคิดนี้ก็ยังมีอยู่ปัจจุบันว่าที่เชื่อว่าในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่สื่อสารกันได้ ก็มีถึงปัจจุบัน แต่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยเสมอที่คิดแบบนี้

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายที่โต้แย้งเขาก็มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราแปลมาตลอดตั้งแต่มีมนุษยชาติเกิดขึ้น เราก็ทำกิจกรรมการแปลมาตลอด ฉะนั้นการเชื่อว่ามนุษย์สื่อสารกันไม่ได้ ก็ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติ เพราะยังไงเขาก็ทำการแปลมาตลอดในประวัติศาสตร์มนุษย์ และข้อวิจารณ์ที่ว่าการแปลไม่มีวันสมบูรณ์ คือไม่มีทางที่จะทำได้ดีได้ ๑๐๐ % หรือเกิดความสมมาตรระหว่างต้นฉบับกับงานแปล ก็มีคนโต้แย้งว่า ในโลกนี้ก็ไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิเสธเพราะเห็นว่า การแปลไม่มีความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องไร้สาระ

สิ่งที่น่าจะพูดกันมากกว่าคือ "มาตรฐานการแปล", "ระดับของความซื่อสัตย์ในงานแปล"แต่ละชิ้น คุณจะมีแค่ไหน ตรงนี้มากกว่า ไม่ควรจะมาวิจารณ์ว่างานแปลไม่มีทางเทียบเท่าต้นฉบับ เพราะเป็นคำวิจารณ์ที่ไร้สาระ เนื่องเพราะในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว นี่เป็นการพูดรวมกว้างๆ เกี่ยวกับความคิดเรื่องที่ว่าคนมีทัศนะต่างๆ ต่อการแปล

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแปลเอกสาร ได้ที่: Linguist Center (Answer All Your Language Problems) แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร, แปล, แปลไทยเป็นอังกฤษ, แปลอังกฤษเป็นไทย, โปรแกรมแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลเอกสาร, ราคางานแปลเอกสาร, แปลเอกสาร, แปลภาษา, แปลไทย แปลเอกสารราชการ, แปลเอกสารวีซ่า, แปลไทย-อังกฤษ, แปลเอกสารภาษาอังกฤษ, แปลไทย-อังกฤษ, แปลอังกฤษ-ไทย, แปลเอกสารราคาถูก, แปลเอกสารมืออาชีพ, ศูนย์แปลภาษา, ศูนย์แปลเอกสาร, ศูนย์รับแปลเอกสาร, แปลภาษาอังกฤษ, รับแปลงาน, รับแปลเอกสารด่วน, รับแปลเอกสารราคาถูก, รับแปลภาษาญี่ปุ่น, รับแปลภาษาจีน, รับแปลเอกสารภาษัอังกฤษ

ติดต่อได้ที่
http://www.linguistcetner.com/เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center, เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความเป็นมาของงานแปลในปัจจุบัน

การแปลเป็นเรื่องที่มีแนวคิดรากเหง้าดั้งเดิมมาแต่โบราณ กล่าวคือมีรากเหง้ามาจากทางศาสนา ในศาสนาคริสต์ถือว่าพระวจนะ เป็นธรรมสัจจะขั้นสูงสุด เป็นสิ่งลี้ลับหรือรหัสยนัย หรือว่าในทางพุทธด้วยเหมือนกัน เขาถือว่าเทศน์ต้องเป็นภาษาบาลี สำหรับภาษายิวจะมีคำพูดในเรื่องพวกนี้ เขาก็เลยบอกว่าการแปลเป็นบาป ในคำพูดของศาสนา เป็นการทำให้เสื่อมทราม คือ ทำให้พระวจนะหรือสัจธรรมนั้นเสื่อมทรามลง

อย่างในศาสนายิว ในคัมภีร์ของยิวมีบันทึกความเชื่อว่า โลกตกอยู่ในความมืดมิดถึง ๓ วัน the law คือ "กฎ" ทางศาสนาของยิวถูกแปลเป็นภาษากรีก มันทำให้โลกมืดไปถึง ๓ วัน และความเชื่อว่าการแปลเป็นไปไม่ได้ เกิดจากความเชื่อที่ว่า มันไม่มีทางที่ต้นฉบับกับงานแปลมันจะเกิดความสมมาตรกัน นั่นคือการแปลจะทำให้ต้นฉบับตกต่ำลง เป็นการทำลายคุณค่าของต้นฉบับ เพราะว่าเขาเชื่อว่าในภาษามนุษย์ ความหมายไม่มีทางแยกออกจากรูปแบบการแสดงออก คือ คน ๒ คน ต่อให้พูดภาษาเดียวกัน การแสดงออกทำให้ความหมายเปลี่ยนไป แล้วคำแต่ละคำในแต่ละภาษา มันไม่มีความหมายที่เป็นกลาง แต่มีความหมายที่ฝังรากอยู่ในภาษาศาสตร์ในนิรุกติศาสตร์

อย่างคำว่าพี่ เวลาเรารู้จักกันเราเรียกพี่ มันก็ไม่สามารถแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า brother sister ได้ เพราะว่าพี่ของเรามันมีวัฒนธรรมบางอย่างอยู่ ที่ทำให้คำนี้มีความหมายอีกแบบหนึ่ง เหตุผลนี้ ที่เชื่อว่าการแปลเป็นไปไม่ได้ มักจะใช้มากที่สุดในกวีนิพนธ์

งานแปลที่เกี่ยวกับกวีนิพนธ์และปรัชญา


มีความเชื่อว่า การแปลบทกวีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะว่ากวีนิพนธ์ ถือว่าเป็นการใช้ภาษาที่เนื้อหากับรูปแบบการแสดงออกมีความผูกพันกันมากที่สุด ส่วนในร้อยแก้ว งานที่ถือว่าแปลไม่ได้ ก็คืองานทางปรัชญา ถือว่าคำในปรัชญาแปลไม่ได้ เพราะว่า งานเขียนของนักปรัชญาส่วนใหญ่ มันเป็นความพยายามที่จะคลายกรอบทางด้านภาษาศาสตร์ คำอย่างเช่นของไฮเดกเกอร์ หรือคำของคานซ์ ที่เป็นศัพท์เฉพาะของปรัชญาเมธีเหล่านี้ มันไม่สามารถที่จะแปลออกมา หรือหาคำที่เทียบเคียงกันได้ แม้แต่ศัพท์ใกล้เคียงกันก็ไม่ได้ นี่เป็นความเชื่อของคนที่พูดว่าการแปลเป็นไปไม่ได้

การแปลเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความเชื่อว่า การแปลเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ฝ่ายที่สนับสนุนว่าการแปลเป็นไปได้ ก็มาจากฝ่ายศาสนาเช่นกัน นอกจากการแปลเป็นไปได้ ยังเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่งด้วย อย่างเช่น ในศาสนาคริสต์ มีอยู่ครั้งหนึ่งในยุคก่อนพระเยซู ในยุคต้น ๆ ที่มีการสร้างหอคอยแห่งบาร์เบลขึ้นมา ในสมัยก่อนเขาเชื่อว่าคนทุกคนในโลกพูดภาษาเดียวกันหมด คนได้มาชุมนุมกันว่า อย่างนี้เราน่าจะสร้างหอคอยขึ้นไปหาสวรรค์เรียกว่า "การสร้างหอคอยแห่งบาร์เบล" แต่อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนั้นถือว่าเป็นการลบหลู่พระเจ้า พระเจ้าก็เลยทำลายหอคอยนี้ลง และลงโทษมนุษย์ด้วยการให้มนุษย์ทั้งหมดพูดกันไม่รู้เรื่อง ทำให้ภาษาแตกออกไปมากมาย

ในทางศาสนาคริสต์เขาก็บอกว่า แม้ว่าความพินาศของหอคอยบาร์เบล เป็นการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าการลงโทษของพระเจ้าถือเป็นที่สุดของคำตัดสิน เพราะว่าหลังจากนั้น พระเจ้าได้ทรงส่งผู้ไถ่บาปมาให้เรา คือ"พระเยซู" เพราะฉะนั้นหมายความว่า การลงโทษของพระเจ้า ไม่ใช่การตัดสินขั้นสุดท้าย มนุษย์ยังมีความหวังอยู่ในการไถ่บาป ดังนั้นกลุ่มนี้เขาก็เลยมองว่า การแปลเป็นเสมือนการกอบกู้ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง เพื่อฟื้นฟูความเป็นเอกภาพของศาสนาขึ้นมาใหม่

ถึงขนาดที่มีคำกล่าวของคนที่แปลไบเบิลเป็นภาษาเยอรมันพูดว่า "การแปลเป็นการไถ่บาป" เพราะฉะนั้นงานแปลที่สำคัญของศาสนาก็คือ"การแปลพระคัมภีร์" โดยเฉพาะในศาสนาคริสต์ การแปลพระคัมภีร์ไบเบิลจากภาษาอะไรก็ตามเป็นภาษาท้องถิ่น ถือว่าเป็นการทำกุศลกรรมขั้นเอกอุ คือเป็นการทำความดีขั้นสุดยอด และทุกครั้งที่มีการปฏิรูปศาสนาในศาสนาคริสต์ก็จะมีเสียงเรียกร้องให้แปลไบเบิลใหม่

เพราะว่าปฏิรูปศาสนาในศาสนาคริสต์(reformation - A religious movement of the 16th century that began as an attempt to reform the Roman Catholic Church and resulted in the creation of Protestant churches) ไม่รู้ว่าเกิดจากการที่ลูเธอร์แปลไบเบิลใหม่ หรือเกิดหลังอันนี้ไม่แน่ใจ ลูเธอร์ที่เขาปฏิรูปจนทำให้เกิดนิกายโปรเตสแตนท์ขึ้นมา

ในทำนองเดียวกัน ฝ่ายที่สนับสนุนการแปลในทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ทำให้เกิดการแปลจำนวนมาก บางทีเขาเปรียบเทียบว่ากรุงโรม คือวาติกัน ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ เป็นโรงงานผลิตภาษากรีกมาเป็นภาษาละติน และยุคการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการทางปัญญาที่เขาเรียก "เรอเนสซองค์" ก็เกิดจากการแปลโดยเฉพาะการแปลงานของอริสโตเติลมา แต่ความจริงมันเป็นการแปลที่ผิด

เรื่องนี้ตลกดีก็คือว่า ยุคเรอเนสซองค์เกิดมาจากการแปลผิดคือ เกิดมาจากการแปลอริสโตเติล ครั้งแรก เขาไม่ได้แปลจากภาษากรีกโดยตรง แต่เขาเขาแปลมาจากภาษาอาหรับ คือเขาแปลอริสโตเติลจากภาษาอาหรับ และคนแปลเข้าใจอริสโตเติลผิดด้วย แต่มันก็ทำให้เกิดการตื่นตัวในเรื่องการคิดอย่างมีเหตุผล นำไปสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ

การแปลเฟื่องฟูมากตั้งแต่ยุคกลางเป็นต้นมา จนกระทั่งมีคำพูดบอกว่า ศาสตร์ทุกศาสตร์ในโลก หมายถึงศาสตร์ทุกศาสตร์ทางตะวันตกเกิดมาจาการแปล หรือว่าที่เกอเต้ เขาเคยพูดในศตวรรษที่ ๑๙ ว่า ใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่การแปลก็ยังเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุด และมีค่าที่สุด ในกิจกรรมทั้งหมดของโลก

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแปลเอกสาร ได้ที่: Linguist Center (Answer All Your Language Problems) แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร, แปล, แปลไทยเป็นอังกฤษ, แปลอังกฤษเป็นไทย, โปรแกรมแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลเอกสาร, ราคางานแปลเอกสาร, แปลเอกสาร, แปลภาษา, แปลไทย แปลเอกสารราชการ, แปลเอกสารวีซ่า, แปลไทย-อังกฤษ, แปลเอกสารภาษาอังกฤษ, แปลไทย-อังกฤษ, แปลอังกฤษ-ไทย, แปลเอกสารราคาถูก, แปลเอกสารมืออาชีพ, ศูนย์แปลภาษา, ศูนย์แปลเอกสาร, ศูนย์รับแปลเอกสาร, แปลภาษาอังกฤษ, รับแปลงาน, รับแปลเอกสารด่วน, รับแปลเอกสารราคาถูก, รับแปลภาษาญี่ปุ่น, รับแปลภาษาจีน, รับแปลเอกสารภาษัอังกฤษ

ติดต่อได้ที่
http://www.linguistcetner.com/เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center, เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center